การอบรม “การคุ้มครองสิทธิ-ความเสมอภาคระหว่างเพศ และการช่วยเหลือผู้ถูกเลือกปฏิบัติ”

โครงการอบรม
 “การคุ้มครองสิทธิ-ความเสมอภาคระหว่างเพศ และการช่วยเหลือผู้ถูกเลือกปฏิบัติ”
วันที่ 11–12 ตุลาคม 2561
ณ ห้องประชุมทอแสง คงการ์เด้นวิว รีสอร์ท  ต.รอบเวียง  อ.เมือง  จ.เชียงราย 

หลักการและเหตุผล

กว่าสองทศวรรษมาแล้วที่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญที่รับรองหลักการความเสมอภาคระหว่างหญิง-ชาย และเพื่อส่งเสริมหลักการความเสมอภาคและห้ามเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศให้เป็นรูปธรรม ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2558  อย่างไรก็ตาม แม้จะมีหลักการรองรับความเสมอภาคระหว่างเพศในกติกาสูงสุดของประเทศแล้วก็จริง แต่ปัจจุบันยังมีผู้หญิง เด็กหญิง ผู้พิการ และบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย ถูกเลือกปฏิบัติ ถูกคุกคามทางเพศ ถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม หรือถูกตีตราด้วยสาเหตุทางเพศ จะด้วยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามการกระทำที่เข้าข่ายการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศยังปรากฏให้เห็นเป็นประจำ ตัวอย่างการเลือกปฏิบัติจะเห็นได้จาก

  • การรับสมัครงานที่ระบุรับเพียงเพศใดเพศหนึ่ง ดังเช่น เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติประกาศรับสมัครผู้จบเนติบัณฑิตเฉพาะเพศชาย เข้าเป็นข้าราชการตำรวจสายงานสอบสวน https://www.innnews.co.th/crime/news_113465/ ในขณะที่ข้อมูลจากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภารายงานว่ามีผู้จบหลักสูตรเนติบัณฑิต ตั้งแต่ปีการศึกษา 2556-2560 เป็นชาย 3,117 ราย และเป็นหญิงถึง 2,843 ราย
  • การพาดหัวข่าวที่นำคำขยายที่มีลักษณะดูถูกเหยียดหยามกลุ่มหลากหลายทางเพศ เช่น “จับกระเทยแสบหลอกเหยื่อมอมยารูดทรัพย์ จนมุม! พบเคยก่อเหตุมาแล้วหลายพื้นที่”                https://www.komchadluek.net/news/crime/159136
  • เปิดงานวิจัยกลุ่ม LGBTI บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ พบว่า ถูกกีดกัน – เลือกปฏิบัติ – แบ่งแยกทางเศรษฐกิจ จากข้อมูลที่มีการสำรวจออนไลน์คนไทย 3,502 คน ในจำนวนนี้มีบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ จำนวน 2,302 คน พบการเลือกปฏิบัติเกิดขึ้นในตลาดแรงงาน ร้อยละ 77 ถูกปฏิเสธตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครงานด้วยเหตุแห่งอัตลักษณ์ทางเพศของพวกเขา และร้อยละ 40 โดนคุกคาม  กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศจะไม่สามารถเข้าถึงอาชีพในหน่วยงานตำรวจกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายกองทัพและสถาบันเกี่ยวกับศาสนา … ร้อยละ 53 ของผู้ตอบแบบสำรวจประสบปัญหาทางอารมณ์ รวมถึงโรคซึมเศร้า วิตกกังวลและคับข้องใจ อันสืบเนื่องมาจากการถูกเลือกปฏิบัติหรือการกีดกันในตลาดแรงงาน   https://thaipublica.org/2018/03/lbgti-worldbank-26-3-2561/
  • ข่าวที่เผยให้เห็นสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว “ความรุนแรงในครอบครัว ขยะใต้พรม ที่สวัสดิการรัฐไทยมองไม่เห็น สถิติ 4 ปี ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มตลอด จากการรวบรวมปัญหาความรุนแรงจากหน้าหนังสือพิมพ์ที่นำเสนอในปี 2555, 2557 และปี 2559 สถานการณ์ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวสูงขึ้นเรื่อยๆ จาก 300 กว่าข่าว เป็น 466 ข่าวในปี 2559” : อังคณา อินทสา-มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล https://www.isranews.org/isranews-scoop/64188-family_html

จากข้อมูลที่ได้ยกตัวอย่างมานี้ เห็นได้ว่าสถานการณ์ปัญหาเรื่องการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ (Gender Discrimination) และความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ (Gender-based Violence) ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตให้ทุกข์ทรมานจากการถูกลิดรอนสิทธิพื้นฐานของความเป็นคน

ภายใต้พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 คณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ (สทพ.) มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบาย มาตรการและแผนปฏิบัติงานเพื่อให้มีการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศในทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.)  ซึ่งมีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวเป็นฝ่ายเลขานุการ  ทั้งนี้ กรรมการ วลพ. มีหน้าที่วินิจฉัยปัญหาที่มีการยื่นคำร้องว่ามีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ  ที่ผ่านคณะกรรมการ วลพ.ได้วินิจฉัยคำร้องไปได้เพียง 10 คำร้อง ซึ่งบางส่วนได้รับความช่วยเหลือและเยียวยาตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศด้วย

เมื่อวันที่ 21-23 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา สถาบันฯ ได้จัดอบรม “พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสตรีและเด็ก ผู้พิการ และบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย ในการคุ้มครองสิทธิ-ความเสมอภาคระหว่างเพศ” ให้แก่อาสาสมัครจำนวน 30 คน ให้ได้รับความรู้เรื่องสิทธิทางกฎหมายและความเสมอภาคระหว่างเพศ ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคีองค์กรเครือข่ายในการคุ้มครองสิทธิ และเพื่อเพิ่มความรู้และทักษะในการทำคำร้องเพื่อยื่นต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.)  ให้ได้รับการช่วยเหลือตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558   จากการประเมินผลหลังการอบรม สถาบันฯ และผู้เข้าร่วมอบรมได้รับประโยชน์อย่างมากจากเนื้อหาและการฝึกปฏิบัติเขียนคำร้องที่ได้รับจากการอบรมครั้งนี้  ดังนั้น สถาบันฯ จึงต้องการขยายผลด้วยการจัดอบรมความรู้  “การคุ้มครองสิทธิ-ความเสมอภาคระหว่างเพศ และการช่วยเหลือผู้ถูกเลือกปฏิบัติ”  สู่กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อื่น ๆ ด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้ารับการอบรมในโครงนี้กว่า 200 คน

วัตถุประสงค์

  • เพื่อให้สังคมได้ตระหนักถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หลักการสิทธิมนุษยชนที่รับรองคุณค่าที่เท่าเทียมกันของผู้หญิง เด็กหญิง ผู้พิการ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ
  • สนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาคีองค์กรเครือข่ายในการคุ้มครองสิทธิกลุ่มเป้าหมายในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน รู้และใช้ประโยชน์จากกฎหมายความเสมอภาคระหว่างเพศ และเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกกระทำให้เข้าถึงกลไกคุ้มครองสิทธิและหน่วยงานที่มีหน้าที่ช่วยเหลือตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558
  • เพิ่มความรู้และทักษะของอาสาสมัคร/หน่วยงานในการช่วยเหลือผู้ถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมด้วยเหตุทางเพศ ทำคำร้องที่สมบูรณ์เพื่อยื่นต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ(วลพ.) เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นธรรม

กลุ่มเป้าหมาย

               สตรี เด็กหญิง ผู้พิการ บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ กลุ่มชนเผ่า เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชน ที่ทำงานด้านสตรีและเด็ก รวม 60 คน

ความคาดหวัง

  • ได้รับความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน การเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม และความรู้ความเข้าใจในพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 และการเข้าถึงกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ
  • สามารถเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือในการทำคำร้องต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.)

กิจกรรมและการดำเนินการ 

สถาบันวิจัยหญิงชายและการพัฒนา จัดอบรมความรู้ “การคุ้มครองสิทธิ-ความเสมอภาคระหว่างเพศ และการช่วยเหลือผู้ถูกเลือกปฏิบัติ”    ในวันที่  11-12  ตุลาคม  2561  ณ ห้องประชุมทอแสง
คงการ์เด้นวิว รีสอร์ท  ต.รอบเวียง  อ.เมือง  จ.เชียงราย

องค์กรภาคี      

  1. สถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและการพัฒนา (GDRI)
  2. สำนักงานองค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (DPIAP)
  3. สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย (RSAT)
  4. องค์กรภาคีที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อีกหลายองค์กร อาทิ องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

องค์กรสนับสนุน   มูลนิธิเอเชีย (The Asia Foundation)