การเสวนาเวที GENDER TALK “นักการเมืองรุ่นใหม่ ใส่ใจความเสมอภาคระหว่างเพศ”

เวที Gender Talk
“นักการเมืองรุ่นใหม่ ใส่ใจความเสมอภาคระหว่างเพศ”

วันที่ 19 ตุลาคม 2561 เวลา 09.00 – 16.00 น.
ห้อง Executive 1  โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

หลักการและเหตุผล

ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญที่รับรองหลักการความเสมอภาคระหว่างเพศมานานกว่า 40 ปีแล้ว รวมทั้งมีพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ออกมาบังคับทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนให้เคารพความเสมอภาคและห้ามเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ

มาตรา 3 ของ พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ กล่าวว่า“การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ หมายความว่า การกระทำหรือไม่กระทำการใดอันเป็นการแบ่งแยก กีดกัน หรือจำกัดสิทธิประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยปราศจากความชอบธรรม เพราะเหตุที่บุคคลนั้นเป็นเพศชายหรือเพศหญิง หรือมีการแสดงออกที่แตกต่างจากเพศกำเนิด”

ปัจจุบันยังมีสถานการณ์ปัญหาเรื่องการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ(Gender Discrimination) และความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ(Gender-based Violence) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานสิทธิและศักดิ์ความเป็นมนุษย์ซึ่งกรณีต่างๆที่ปรากฏขึ้นในโลกข่าวสารแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด เช่น กรณีเด็กหญิงอนุบาลถูกรุ่นพี่ข่มขืนในห้องน้ำโรงเรียน  ความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดจนเป็นเรื่องประจำวัน การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)งดรับผู้หญิงเข้าเป็นพนักงานสอบสวนและเข้าเรียนในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ  การที่ผู้พิการโดยเฉพาะพิการการได้ยิน (หูหนวก) ถูกละเมิดแล้วเข้าไม่ถึงการช่วยเหลือแบบฉุกเฉินและกระบวนการยุติธรรม การที่กลุ่มหลากหลายทางเพศถูกตีตราในหนังสือเรียน รวมทั้งไม่มีสิทธิเลือกคู่ชีวิตที่ถูกกฎหมาย และความเหลื่อมล้ำในการที่เด็กเล็กจะได้รับการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกัน เป็นต้น

หลังจากรัฐบาลได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 นี้ และได้ผ่อนคลายให้นักการเมืองและพรรคการเมืองสามารถจัดกิจกรรมได้บ้าง เพื่อเตรียมการสู่การเลือกตั้ง จึงเป็นโอกาสหนึ่งที่สถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและการพัฒนา และภาคีเครือข่าย เห็นถึงความสำคัญของประเด็นปัญหาจากการถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศที่เกิดขึ้นในสังคมจึงเห็นควรให้มีการจัดเวที Gender Talk ขึ้น โดย
มีวัตถุประสงค์เพื่อ

  1. นำเสนอประเด็นปัญหาที่เกิดจากการถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ เพื่อให้สังคมได้ตระหนักรู้ถึงปัญหาและช่วยกันหาทางออกจนนำไปสู่การปรับปรุงทางกฎหมายและนโยบาย
  2. ให้สังคมได้ตระหนักถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หลักการสิทธิมนุษยชนที่รับรองคุณค่าที่เท่าเทียมกันของสตรีและเด็ก ผู้พิการ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ
  3. เปิดให้ผู้สนใจปัญหาสังคมและการเมืองได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันและรับฟังเสียงจากเจ้าของปัญหาตัวจริงผ่านเวที Gender Talk

กลุ่มเป้าหมาย 

ผู้สนใจปัญหาสังคม นักการเมืองรุ่นใหม่ และภาคประชาสังคม รวม 25-30 คน

รูปแบบการเสวนา เวที Gender Talk

          ตัวแทนของแต่ละกลุ่มที่กำลังเผชิญปัญหานำเสนอสถานการณ์ปัญหาและทางออก 20 นาทีหลังจากนั้นเปิดให้ผู้เข้าร่วมที่เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่และผู้สนใจประเด็นปัญหาได้ร่วมวิพากษ์และเสนอทางออกของปัญหาร่วมกัน อีกประมาณ 20 นาที

องค์กรภาคี     

  • สถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและการพัฒนา (GDRI)สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ(APSW)
  • ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศ (WeMove)
  • สำนักงานองค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (DPIAP)
  • สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย (RSAT)
  • Gender Politics Group

งบประมาณ  ได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิเอเชีย (TAF)